ขอคั่นรายการด้วยการรีวิวหูฟังอันนี้แล้วกัน ไม่ได้เขียน Blog มาตั้งน๊านนาน…เทอมนี้เรียนโคตรเหนื่อย
Dell ยี่ห้อนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากมาย ใครที่ติดตามผมใน Twitter คงรู้ว่าผมรัก Dell มากขนาดไหน…อิอิ (เว่อร์ไปๆ) หูฟังรุ่นนี้จริงๆก็ใช้มาตั้งแต่ช่วงปิดเทอมแล้วล่ะ แต่ก็ไม่ได้เขียน Review สักที วันนี้มีโอกาสได้นำหูฟังคู่เก่าไปเคลมมาเป็นคู่ใหม่ ก็เลยจัดการแกะกล่อง เขียน Blog กันซะเลย
สำหรับหูฟังตัวนี้ ผมขอนิยามเป็น “หูฟังระดับเทพ…ในราคาระดับถู๊ก..ถูก…” (สุดๆ)
ช้าก่อน!! ภาพประกอบรีวิวที่ถ่ายขึ้นเองนี้ ถ่ายด้วย Nokia 5800 Xpress Music หากไม่ชัดบ้าง อะไรบ้างก็ขออภัย (มือถือเกรียนๆ ของบริษัทกวนๆ)
อีกนิดเถอะนายจ๋า! ภาพประกอบ”ด้านขวา”นี่อาจจะไม่เหมือนของจริงนะ Save มาจากเว็บไรไม่รู้ตั้งนานแล้ว ถ้าอยากดูของจริงก็ scroll เมาส์เลื่อนลงอ่านไปตาม Review ได้เลยคร๊าบ
เริ่มต้นกันเล๊ย…กล่องขุมทรัพย์พลังเสียง

อุปกรณ์ภายในกล่อง (หูฟัง, สาย USB สำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่ และคู่มือ 2 เล่ม)

เผยโฉมพระเอกในงานนี้

ชัดๆกันอีกสักรูป

อีกรูป เมื่อกางหูฟังออกมาแล้ว

สาย USB สำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่ของหูฟัง

ช่อง USB สำหรับเสียบสายชาร์จแบต (ซ้าย), รูเล็กๆเป็นไมโครโฟน (ขวา)

ปุ่มควบคุมการทำงานของหูฟัง

แนะนำกันก่อน…


แกะกล่องใช้งานครั้งแรก

หมายเหตุ: อุปกรณ์ที่จะนำมาใช้กับ Dell BH200 นั้น Bluetooth ควรจะรองรับการทำงาน A2DP และ AVRCP
การสวมใส่
สำหรับการสอดใส่ เอ๊ยการสวมใส่หูฟังเข้ากับหูนั้น ใส่ตามนายแบบของเราเลยครับ

ข้อดี Dell BH200 Bluetooth Stereo Headset
ข้อเสีย Dell BH200 Bluetooth Stereo Headset
ความคิดเห็นส่วนตัว
จากการที่ได้ใช้งานมาเป็นระยะเวลาประมาณเกือบ 2 เดือนก็ค่อนข้างปลื้มกับหูฟังตัวนี้มากนะครับ ตัวผมเองก็ใส่แว่นสายตาอยู่ด้วย การใส่หูฟังอันนี้ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญมากมายอะไรนัก ในราคาระดับนี้ ได้คุณภาพกลับมาขนาดนี้ ผมก็คิดว่าค่อนข้างโอเคเลยครับ ใครอยากได้ Bluetooth Headset ดีๆสักตัว ลองมองตัวนี้ดูนะครับ คุณภาพเกินราคาครับ
วิจารณ์ร้านค้า
วันก่อนได้ทราบข่าวโปรโมชั่นการสั่งหนังสือไม่มีขั้นต่ำ และไม่เสียค่าจัดส่ง แถมยังได้ส่วนลดค่าหนังสือ 10% จาก Double A Book Tower ก็เลยได้สั่งหนังสือไปเล่มหนึ่ง เล่มนี้อยากได้มานานแล้ว แต่ไม่มีเวลาไปหาซื้อสักที หนังสือที่ว่านี้ “Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน” โดยคุณธนา เธียรอัจฉริยะ ขุนพลจาก DTAC (@thanahappy)
หนังสือเล่มนี้ถูกจัดส่งโดยไปรษณีย์ไทยมาถึงเมื่อวานช่วงเย็นๆ ตอนแรกก็กะว่าจะยังไม่อ่าน เลยวางไว้ข้างคอม เพราะต้องทำการบ้านก่อน แต่แล้วประมาณ 19.00 น. หลังอาหารเย็น กลับมานั่งหน้าคอมอีกครั้ง ก็เผลอหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านเข้า….เริ่มอ่านตั้งแต่หน้าแรก ก็รู้สึกหยุดไม่ได้ จนในที่สุดก็ทำให้ต้องอ่านรวดเดียวจบ กว่าจะอ่านจบก็ประมาณ 23.00 น.
ตั้งแต่เปิดเข้าไปอ่านหน้าแรก จนจบหน้าสุดท้าย ขอบอกได้เลยครับ ว่าเป็นหนังสือที่คุ้มค่ามากๆ กับเงินแค่ 200 บาทที่เสียไป ทั้งเรื่องของการตลาด การสร้างแบรนด์ กลยุทธทางธุรกิจ รวมไปถึงการที่ CEO ใจกว้างที่เปิดโอกาสให้คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง และทีมงานอีกไม่กี่ชีวิตในการสร้างทีม สร้างแบรนด์ Happy ที่แตกต่างจากแบรนด์ DTAC ซึ่งเป็นแบรนด์หลัก ขณะเดียวกันก็สามารถทำให้ลูกค้าก็ยังรู้ว่าเป็นแบรนด์ของ DTAC รวมไปถึงการเป็นผู้นำทางความคิดนอกกรอบของ Happy ที่ยังนำแนวความคิด Blue Ocean มาใช้ในการสร้างช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ ที่ไม่ต้องแย่งกับ Operator เบอร์หนึ่งอย่างเอไอเอส วันทูคอล หรือ Operator น้องใหม่ไฟแรงในสมัยนั้นอย่าง Orange (ปัจจุบันเป็น TRUE Move) แต่มีความแข็งแกร่งกว่า ผูกพันกว่าเสียด้วยซ้ำ
เนื้อหาตลอดทั้งเล่มเต็มไปด้วยข้อคิด ศิลปะในการบริหารคน ที่สามารถพลิกองค์กรจากหลังมือเป็นหน้ามือได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีผู้นำองค์กรที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพนักงาน ทีมงานทุกๆคนในการทำงานแบบติดดิน และเข้าถึงลูกค้าผู้รับบริการ โดยที่คุณธนาเขียนเล่าวิธีการทำงานนี้ไว้ในหนังสือว่า “ทำด้วยตีน“
ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ คุณจะสัมผัสได้ถึงทัศนคติที่ดีในการทำงานร่วมกันของทีมงานในองค์กรแห่งนี้ เพราะตั้งแต่วันที่ TAC หรือ DTAC ขาดทุนอย่างหนัก จนลุกขึ้นมายืนได้อย่างในทุกวันนี้ ก็ใช้ทีมงานกลุ่มเดิม คนกลุ่มเดิม เครื่องไม้เครื่องมือเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนกระบวนการทำงาน ซึ่งจะทำให้คุณจะรู้ว่า คนสามารถพลิกแบรนด์ และแบรนด์สามารถพลิกคนได้ อยู่ที่การบริหารจัดการคนจริงๆครับ
เมื่อวัน สองวันก่อน นั่งเล่น twitter อยู่ช่วงบ่าย @Ororo_125 ก็แจ้งว่ามี Firmware ตัวใหม่สำหรับ Nokia 5800 ออกมาแล้ว ผมจึงไม่รอช้า เกิดอาการอยาก Update ขึ้นมาทันที เลยอัพเดตผ่าน Ovi Suite ซึ่งช้ามากๆ กว่าจะอัพเดตเสร็จก็ 5 โมงเย็นแล้ว หน้าจอโปรแกรมขึ้นว่า อัพเดตเรียบร้อย โทรศัพท์กำลังจะ Reboot ขึ้นมาใหม่ แต่รอไปสักพักใหญ่ โทรศัพท์ไม่ Reboot สักที เปิดก็ไม่ติด…อ้าว เอาแล้วไง…งานเข้ากันเลยทีเดียว!!
พอทานมื้อเย็นเสร็จ ก็ออกจากคอนโดมุ่งหน้าไป MBK เพื่อส่งเครื่องซ่อมที่ Nokia Care Center ในทันที ไปถึง MBK ประมาณ 18.45 น. นั่งรออยู่ร่วม 1 ชั่วโมง ก็ถึงคิวของผม… เจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์หมายเลข 10 เป็นผู้รับเครื่องไป ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 กว่านาที ในการเปิด JOB รับตัวเครื่องไป Flash Firmware ใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้คืนอุปกรณ์อื่นทั้งหมด ได้แก่ ซิมการ์ด, เมมโมรี่การ์ด, ฝาหลัง และแบตเตอรี่ รับไว้เพียงตัวเครื่อง หลังจากผมเซ็นชื่อเพื่อส่งเครื่องซ่อมลงในใบเปิด JOB เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พนักงานก็แจ้งว่า พรุ่งนี้มารับเครื่องได้ตั้งแต่ 10.30 น. เลย
วันรุ่งขึ้น (ตื่นสาย) เลยอาบน้ำ แต่งตัว ขึ้น BTS บึ่งไปถึง MBK ประมาณ 11 โมงกว่าๆ เมื่อเดินไปถึง Nokia Care Center ได้ตรงเข้าไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ในทันที ซึ่งคุณเธอจะคอยแจกบัตรคิวให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
ผมยื่นใบเปิด JOB แก่พนักงานแจกบัตรคิวทันที พนักงานรับใบเปิด JOB ของผมไป จากนั้นคุณเธอคีย์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์อยู่สักพัก ก็ถามผมว่า…
พนักงาน A: “มีใครมารับเครื่องไปแล้วหรือยังคะ? เพราะสถานะ JOB ถูกปิดไปแล้ว”
ผม: ทำหน้าซึนสุดๆ พร้อมโชว์ซองพลาสติกที่ใส่พวกอุปกรณ์ที่เค้าคืนมา แล้วบอกไปว่า “ยังไม่มีใครมารับไปนะครับ ฝาหลัง ซิมการ์ด เมมโมรี่การ์ด แบตเตอรี่ยังอยู่ในซองพลาสติกนี่อยู่เลย “
จากนั้น พนักงาน A หันไปถามพนักงาน B ที่ทำงานอยู่เคาน์เตอร์หมายเลข 1 ติดๆกันนั้น ว่า JOB ปิดไปแล้ว ทำยังไง?
พนักงาน B ก็เลยเดินมาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมคีย์เลข JOB ของผมลงไปอีกครั้ง คีย์อยู่สามสี่ครั้ง เธอจึงยกหูโทรศัพท์แล้วจิ้มหมายเลขโทรไป (คาดว่าน่าจะเป็นแผนกช่าง) คุยกันสามสี่คำ พนักงาน B ก็พูดกับปลายสายว่า “โอเคค่ะ” จากนั้นพนักงาน B ก็หันมาคุยกับผม
พนักงาน B: “น้องคะ ช่างเค้าบอกว่า Update Firmware ให้แล้ว ต้อง Standby Test 1 วันค่ะ มารับเครื่องพรุ่งนี้นะคะ เดี๋ยวจะมีพนักงานโทรแจ้ง”
ผม: “อ้าว แล้วแบบนี้จะให้ผมทำยังไงล่ะครับ เมื่อวานพนักงานที่รับเครื่องบอกให้มารับวันนี้ ผมเสียเวลาเดินทางมานะครับเนี่ย”
พนักงาน B: “งั้นน้องรับเครื่องสำรองไปใช้ก่อนมั้ยคะ?”
ผม: “อืม…ก็ได้ครับ”
จากนั้นพนักงาน B ก็เขียน shortnote ลงกระดาษว่า “รับเครื่องสำรอง” พร้อมยื่นบัตรคิวให้ผม… เวลาแห่งการรอเคยกลับมาอีกครั้ง นั่งรออยู่ประมาณ 20 นาที ก็ถึงคิวของผมแล้ว
คราวนี้เข้ารับบริการ ณ เคาน์เตอร์หมายเลข 5 (ขออนุญาตตั้งชื่อว่า พนักงาน C)
ผม: พี่ที่แจกบัตรคิวเขาให้ผมมารับเครื่องสำรองครับ แต่ก่อนรับเครื่องสำรอง พีช่วยไปตามให้หน่อยนะครับว่า JOB Update Firmware ที่ส่งเครื่องตั้งแต่เมื่อวานนี้ คิวที่ 145 จะเสร็จเมื่อไร
พนักงาน C: รอสักครู่นะคะ
จากนั้นพี่พนักงาน C ก็เดินเข้าประตูไปทาง Office ด้านหลัง ประมาณ 5 นาทีแล้วก็กลับมา
พนักงาน C: รอประมาณ 10 นาทีนะคะน้อง นั่งตรงเคาน์เตอร์ข้างๆที่ว่างอยู่นี่ก็ได้ค่ะ
ผม: โอเคครับ
ผ่านไป 10 กว่านาที พี่พนักงาน C ซึ่งดูแลลูกค้าท่านอื่นอยู่ ก็เดินเข้าไปที่ Office ด้านหลังอีกครั้ง พร้อมกับถือน้องอ้าของผมใส่ซองพลาสติกกันกระแทกมา
พนักงาน C: เดี๋ยวพี่ขออนุญาตประกอบฝาหลัง ใส่ซิมการ์ดให้เลยนะคะ
ผม: ครับผม
หลังจากประกอบเครื่อง + เปิดเครื่องเรียบร้อย พนักงาน C ก็ส่งเครื่องมาให้ผมเทสว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ ผมนั่งเล่นอยู่สักพักก็โอเค ไม่มีอะไรผิดปกติ และ Firmware ก็ถูกอัพเดตเป็นเวอร์ชั่น 50.0.005 เรียบร้อยแล้วด้วย
ผม: เรียบร้อยดีครับพี่ ใช้งานได้ปกติเลย
พนักงาน C: งั้นรบกวนเซ็นรับเครื่องให้พี่ตรงนี้หน่อยนะคะ
ผม: ได้ครับ ว่าแต่เครื่องเสร็จตั้งแต่เมื่อไรครับ
พนักงาน C: เพิ่งเสร็จเมื่อกี้เลยค่ะ
ผม: อืม…ครับ
พนักงาน C: เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ
ไม่รู้จะมีใครสงสัยเหมือนผมมั้ยนะ…!@$#$#%^$%&
1. ผมเคยส่งเครื่อง Nokia ไป Update/Flash Firmware หลายเครื่อง หลายครั้งแล้ว ไม่เคยเห็นจะต้องรอ Standby Test 1 วัน อะไรตามที่พนักงาน B แจ้งเลยสักครั้งเดียว เร็วที่สุด 1 ชั่วโมงได้เครื่อง / ช้าที่สุด 3 ชั่วโมงได้เครื่องคืน ที่อ้างว่า “รอ Standby Test 1 วัน” จากปากของพนักงาน B นี่เป็นเพียงแค่การบอกปัด ไร้ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบ เพราะเครื่องยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยหรือเปล่าครับ?
2. แล้วทำไมตอนแรกพนักงาน B บอกว่าช่างได้ทำการอัพเดต Firmware เสร็จแล้ว แต่ให้รอ Standby Test 1 วัน ถึงจะมารับเครื่องได้ แต่พนักงาน C บอกว่าช่างเพิ่งทำการอัพเดตให้เสร็จเมื่อกี้สดๆร้อนๆเลย เห็นความแตกต่างกันมั้ยครับ?
3. จากให้รอเครื่อง 1 วัน กลายเป็นรอแค่ 10 นาที แค่เปลี่ยนพนักงานที่คุยด้วย มันแปลกดีนะครับ ว่ามั้ย????
ผมใช้ Nokia มาตลอดนะ แต่เจอบริการห่วยแตกแบบนี้ โทรศัพท์มือถือเครื่องหน้าของผมเอง รวมไปถึงของคนรู้จัก ผมคงไม่แนะนำให้ใครซื้อ Nokia ใช้อีกแล้วล่ะ แบรนด์ Nokia ไม่ผิดนะ แต่ผิดที่ M Link ได้รับการแต่งตั้งจาก Nokia ให้ทำ Nokia Care Center ในไทย ซึ่งห่วยแตกเอามากๆ ลอง Search Google ดูได้ว่าคนไทยบ่น Nokia Care Center กันไว้มากขนาดไหน
ทั้งนี้ได้โทรไป Complaint เรื่องนี้กับทาง Nokia Care Line แล้ว (ไม่สามารถโทรไป M Link CallCenter ได้ เนื่องจากไม่มีคนรับสาย พนักงานคงไปตายHa!! กันหมดแล้ว) หวังว่าทางผู้ที่เกี่ยวข้อง จะนำ Feedback เรื่องนี้ไปปรับปรุงการให้บริการให้ดีขึ้นในอนาคตนะครับ
ใครที่จะซื้อ Nokia ใช้ ก็ลองพิจารณาดูครับ ว่าบริการที่ได้รับกับเงินที่เสียไป มันคุ้มค่ากันไหม เสียเงินไม่เท่าไร แต่เสียความรู้สึกที่ได้รับบริการห่วยๆแบบนี้
มาว่ากันต่อเกี่ยวกับ Firmware ตัวใหม่ของ Nokia 5800 Xpress Music ดีกว่า ว่ามีอะไรใหม่พอที่จะทดแทนความรู้สึกที่เสียไปได้บ้าง


คงไม่มีใครไม่รู้จัก Comedian สุดฮา อย่างโน้ส อุดม แต้พานิช กับผลงานการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน (Stand Up Comedy) ซึ่งจัดแสดงมาแล้ว 8 ครั้ง โดยครั้งที่ 8 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดนั้น เปิดการแสดงระหว่างวันที่ 4-16 กุมภาพันธ์ 2553 เปิดการแสดง 13 รอบ ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ความจุ 3,108 ที่นั่ง (ซึ่งผมไม่ได้ไปดู เพราะบัตรหายากมาก)
แต่วันนี้แผ่น DVD Master เริ่มจัดส่งไปจำหน่ายตาม Entertainment Store ต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อ้างอิงจากเว็บ Boomerang คือจะมีการจัดจำหน่ายในวันพรุ่งนี้ (8 เมษายน 2553) แต่ผมได้ Preorder กับทาง Boomerang ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว วันนี้สินค้าถูกจัดส่งมาที่สาขาเมื่อช่วงเย็นพอดี พี่พนักงาน ณ Boomerang สาขา MBK จึงได้รีบโทรมาแจ้งตั้งแต่ช่วงเย็นว่าให้ไปรับของได้ ผมเลยรีบออกไปรับสินค้า กะไว้ว่าจะนั่งดูคืนนี้ล่ะครับ
โฉมหน้า DVD9 จำนวน 2 ขบวน ที่ซ่อนความขำขันไว้ภายใน ใครอยากจะร่วมโดยสารไปกับขบวนแห่งความสุขขบวนนี้ อย่าลืมสนับสนุนสินค้าลิขสิทธิ์ อุดหนุนการแสดงดีๆแบบนี้ด้วยนะครับ (อยากบอกว่า เปิดมาฮาแผ่นจริงๆ
) สนนราคาเพียง 279 บาทเท่านั้น


เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ครบรอบ 1 ปี เสียทีกับกิจการแรกที่สร้างขึ้นมากับมือในนาม SiamLiveHost เป็นธุรกิจการให้บริการจดโดเมนเนม (Domain Name) เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) รีเซลเลอร์ (Reseller Hosting) วิทยุออนไลน์ (Radio Streaming) วีพีเอส (VPS) ฯลฯ
ก่อนที่คิดจะเริ่มต้นกิจการนั้น ก็นั่งคิด นอนคิดอยู่หลายวัน ว่าจะทำดีมั้ย เนื่องด้วยธุรกิจประเภทนี้ต้องเน้นงานบริการ เพราะถ้าทำล่ะก็ จะมีภาระที่หนักหน่วงเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว นอกเหนือจากการเรียนเหมือนเด็กทั่วไป ในที่สุดก็ตัดสินใจทำ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 ก็เลยจดโดเมน SiamLiveHost.com และปั่นหน้าเว็บไซต์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้เสร็จภายใน 2 วัน.
หลังจากวันเริ่มต้นก่อตั้งกิจการนั้น ในช่วงแรกก็ต้องทำงานหนักในการหาลูกค้าพอสมควร ผ่านไป 2 สัปดาห์ให้หลัง ลูกค้ารายแรกก็เข้ามา…และยังคงใช้บริการกันอยู่จนทุกวันนี้ จากนั้นก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่มาแบบสายน้ำไหลเชี่ยว แต่มาแบบสายน้ำเอื่อยๆ มีลูกค้าเข้าเรื่อยๆ จนมาถึงทุกวันนี้ ไม่เคยมีเดือนไหนที่ขาดทุนเลย
ก็นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งเลยนะ กับการดำเนินกิจการนี้ อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมสามารถซื้อโทรศัพท์มือถือหลักหมื่นใช้เองได้ โดยไม่ต้องขอเงินจากคุณพ่อ คุณแม่ แม้แต่สตางค์เดียว
ในโอกาสที่ครบ 1 ปี ของ SiamLiveHost ก็ขอเขียน Blog นี้ไว้บันทึกเรื่องราวสักหน่อยแล้วกัน ยังไงไม่ว่าจะครบรอบกี่ปี ผมก็ยังยึดมั่นกับคำพูดที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ไว้เสมอ…
สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ได้ไว้วางใจ ใช้บริการของ SiamLiveHost ด้วยดีมาโดยตลอด ทำให้ผมมีวันนี้ขึ้นมาได้ รวมไปถึงขอบคุณพี่ไอซ์ (@icez) เสี่ยโป้ง พี่เอก (@jakkrith) และพี่ๆร่วมวงการอีกหลายท่านใน ThaiHostTalk ที่ได้ให้คำแนะนำ และความช่วยเหลือดีๆเสมอมาครับ
บ่นที่ ๑ – พนักงาน ธนาคารกรุงศรีฯ สาขาสยามพารากอน โปรดรู้ตัวด้วย ว่าพวกคุณบริการยอดแย่มาก ผมเคยเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินแค่ครั้งเดียว ผมก็เข็ดกับการให้บริการของพวกคุณในทันที ไม่สนใจลูกค้า (สงสัยเลือกแต่ลูกค้าที่แต่งตัวดีๆ งั้นหรอครับ?) จนเมื่อเดือนก่อนๆ ลูกค้า Web Hosting ผมขอร้องให้เปิดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา ลองไปขอคำแนะนำจากพี่ที่รู้จักกัน แนะนำให้ไปที่สาขาเซ็นจูรี่ พลาซ่า พบว่าบริการดีกว่า สาขาสยามพารากอนมากๆนะครับ ห่างกันเพียง 3 สถานี BTS เท่านั้น บริการหน้ามือ เป็นหลังเท้าเชียว
บ่นที่ ๒ – เดือนก่อน นึกสนุก..อยากลองทานอาหารของ CP Fresh Mart เลยสั่งผ่านเว็บ CP Fresh Mart ที่ WeLoveShopping ทำรายการสั่งซื้อ และชำระเงินผ่าน Credit Card ไปตั้งแต่เวลาเกือบ 16.00 น. และคุณมาส่งของให้ผม ร่วม 20.30 น. ถ้าคิดจะให้บริการ Delivery ผมว่าควรจะเร็วกว่านี้มากๆเลยนะครับ เพราะคนที่เขาสั่ง Delivery ส่วนใหญ่เค้าสั่งเพราะเค้าหิว จนแทบจะกินหัวคุณได้อยู่แล้วครับ…
บ่นที่ ๓ – ป้าอุทุมพรครับ อยากจุดธูปบอกป้าว่า ป้าดริฟเก่งมากอ่ะครับ เลิกดริฟซะทีเหอะครับ ยอมรับความจริงว่าป้าแถเก่ง ตอบไม่ตรงคำถาม รายการไหนเชิญป้าไปออกพร้อมเด็กๆ ป้าก็ไม่ยอมไปออกสักที ขอแยกเทปจากเด็กๆตลอด ถ้าป้าคิดว่า ที่ป้าจะพูดมันเป็นความจริง ทำไมไม่กล้ามาพูดต่อหน้าเด็กๆล่ะครับ หรือแท้ที่จริง สิ่งที่พูดมันแหลมาตลอด กลัวเด็กโห่ไล่ผ่าน TV หรอครับ / ป้าชอบบอกว่า ปัญหายังไงก็ไม่จบ เพราะเด็กๆ ไม่ฟังป้า แล้วป้าเคยฟังเด็กๆ บ้างไหมครับ เพราะผมก็ยังเห็นป้าถามไปวันๆ ว่าป้าผิดอะไร โดยที่ป้าถามตัวเองไป เอามืออุดหูไป เอาเท้าปิดตาไว้ จะได้คำตอบไหมล่ะครับ?
ชมที่ ๑ – ขอชื่นชม ผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสยามสแควร์มากครับ ที่โทรศัพท์มาหาแต่เช้า ในวันและเวลาทำการในทันที หลังจากได้รับ Feedback เกี่ยวกับบริการของพนักงาน ขอชื่นชมผ่าน Blog อีกครั้งว่า บริการของสาขานี้ ผมไปกี่ครั้งก็ประทับใจครับ พนักงานบริการดีตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า จนทำธุรกรรมเสร็จ และเดินออกมา…คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เปิดบัญชีกับสาขานี้ บอกได้คำเดียวว่า สุโค่ย!
ชมที่ ๒ – ขอบคุณพนักงาน KFC Delivery ที่ส่งอาหารจากเซ็นจูรี่ ตรงเวลาทุกครั้ง ภายใน 15-30 นาที ไม่ปล่อยให้ผมหิวเหมือน CP Fresh Mart นะครับ
ชมที่ ๓ – ขอบคุณพี่ @Woodytalk และทีมงาน @Woodytalkshow ที่เปิดโอกาสในรายการ วู้ดดี้ เกิดมาคุย ให้เด็กๆ ได้ส่งเสียงน้อยๆ ไปทวงถามความจริงจาก “ป้าทุม เกิดมาแถ” ซึ่งไม่ว่าอย่างไร She มันก็นักแถตัวแม่อยู่ดี
วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ยังไม่แก่ ไม่อยากบ่นเยอะ XD
ภาพยนตร์ที่ Time ยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุด แห่งปี ภาพยนตร์คุณภาพตัวเต็งออสการ์ จากเจสัน ไรท์แมน ผู้กำกับหนุ่มมากฝีมือ จากผลงานมีกึ๋นอย่าง Thank You for Smoking และ Juno เจสันกลับมาอีกครั้งกับผลงานเรื่องใหม่ Up In The Air นำเเสดงโดยพระเอกรางวัลออสการ์ “จอร์จ คลูนี่ย์” รับบทเป็นที่ปรึกษาด้านการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร การลดขนาดองค์กรต่างๆ ชีวิตเขามีแต่การเดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลก พักตามโรงแรมหรูต่างๆ ที่ดูเหมือนจะมีความสุข แต่เมื่อถึงวันที่ชิวิตเขาต้องยุติการเดินทางนั้น เขากลับรู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องหา “บ้าน” ที่พำนักแท้จริงของเขา (ขอบคุณข้อมูลจาก Major Cineplex)
ตัวผมเองได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้กับชาว Tweeple ท่านหนึ่ง ณ Paragon Cineplex มาแล้ว (เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน มั๊ง? ลืมไปและ) Subtitle ค่อนข้างห่วยแตก ส่วนใครที่อยากรู้ว่า “หนุ่มโสด” ที่ว่านั้น “รักสนุก” (แอบกัดๆ) เหมือนที่ผมพาดหัวไว้อย่างไร ต้องขอเชิญไปพิสูจน์เอาเองในโรงภาพยนตร์นะครับ หึหึ
ส่วนตัวคิดว่า เป็นภาพยนตร์ที่ดีมากเรื่องหนึ่ง หนังมีเสน่ห์ ดูเพลิน น่าประทับใจ และสามารถซึมลึกเข้าไปกระทบใจบางคนได้แน่ พอไปดูแล้ว คุณอาจจะคิดว่าการโสดนั้น มีอะไรดีๆแฝงอยู่อีกเยอะเลยครับ
)
วันนี้อยากจะมาแนะนำให้รู้จักกับ แอพพลิเคชั่นดีๆ บน Symbian S60 สำหรับคนรักทวีต อย่าง Gravity ซึ่งเป็น Twitter Client ที่มีฟังก์ชั่นครบครัน ใช้งานง่าย หน้าตาสวยงาม รองรับการใช้งาน Social Network ต่างๆ อาทิเช่น Twitter, StatusNet, Facebook, Google Reader และ Foursquare
Application ความสามารถครบเครื่อง สำหรับชาว Tweeple อย่างนี้ สามารถซื้อ Application ของแท้ได้จาก Nokia Ovi Store หรือ mobileways.de ในราคาไม่แพง (ผมซื้อจาก mobileways.de ในราคาเพียง 341.53 บาท เท่านั้น)
ได้มีโอกาสซื้อเจ้า Kaspersky Antivirus 2010 (แคสเปอร์สกี้ แอนติไวรัส) จาก @HyperzTonza มาติดตั้งบน Desktop PC ที่บ้าน พบว่าสามารถทำงานได้ดี ข้อมูลจาก Kaspersky Lab แจ้งว่าเจ้าตัวนี้สามารถทำงานได้ต่างๆนานา ดังนี้
- สามารถสแกนตรวจแบบเรียลไทม์ ทั้งไฟล์ข้อมูล หน้าเว็บเพจ หรือข้อความออนไลน์
- ปกป้องจากการโจรกรรม Identity
- ป้องกันการเข้าสู่เว็บไซต์อันตราย
- บล็อกโปรแกรมต้องสงสัย
- ป้องกันการเข้ายึดเครื่องคอมพิวเตอร์
- ป้องกันตนเองให้พ้นจากมัลแวร์
- อัพเดทดาต้าเบสไวรัสใหม่
แต่อีกหนึ่งความสามารถที่โดดเด่นก็คือ ระบบ Virtual Keyboard หรือ คีย์บอร์ดเสมือน ที่สามารถใช้พิมพ์ข้อมูลส่วนตัว (Personal Information) รหัสผ่าน (Password) ต่างๆได้ แทนการพิมพ์ผ่านคีย์บอร์ดจริงๆของเรา ที่อาจถูกโปรแกรม Keylogger ต่างๆ ดักจับข้อมูลไว้ได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าจะป้องกันการถูกแฮ็คเกอร์ หรือผู้ไม่ประสงค์ดีดักจับข้อมูลของเราได้ครับ
จากการใช้งานจริง ในการท่องโลกอินเตอร์เน็ตต่างๆนั้น ก็สามารถตรวจจับหน้าเว็บไซต์ที่เรากำลังเปิด หรือไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลดได้อย่างรวดเร็ว ว่า มีการฝังไวรัส โทรจัน หรือสคริปใดๆที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iFrame Virus นี่ ตรวจจับได้ถนัดนักครับ
สำหรับข้อเสียที่อยากติติงก็จะเป็นเรื่องของการอัพเดต Virus Database ซึ่งการอัพเดตในแต่ละครั้ง ตัวโปรแกรมสามารถดาวน์โหลดอัพเดตจากเซิฟเวอร์ของทาง Kaspersky ได้ค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับ Antivirus ตัวอื่นๆ แต่ในหนึ่งวัน มีการอัพเดตบ่อยมากๆ คุณจะมั่นใจได้ว่า Kaspersky Antivirus จะสามารถปกป้องท่านจากภัยคุกคามใหม่ๆได้อยู่เสมอ
Antivirus ดีๆอย่างนี้ อย่าลืมอุดหนุนของแท้ มีลิขสิทธิ์กันนะครับ

ใครจะเชื่อว่า ค่ายเกมส์ออนไลน์ยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง Asiasoft จะส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่าง Kingsoft Internet Security บุกตลาด Antivirus ในเมืองไทย ในราคาถูกสุดๆ เพียง 189 บาท/ปี เท่านั้น

ภาพงานเปิดตัว โดยเหล่ากูรูไอที จากรายการ แบไต๋ ไฮเทค
(ขอบคุณภาพประกอบจาก game-mun.com)
Kingsoft Internet Security เป็นซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยที่ประกอบไปด้วย Antivirus, Antispyware และ Personal Firewall Protection ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาร่วมสิบปีและได้รับความนิยมอย่างสูงจนติด อันดับ 1 ใน 3 ผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ในจีน และยังได้รับความนิยมอย่างสูงในทุกตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา
ผมเองก็ยังไม่เคยได้ทดลองใช้เจ้า Antivirus ตัวนี้ แต่ก็เชื่อว่า น่าจะมีความสามารถค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง ตามระดับราคาของมัน การอยากกระซิบว่า ท่านสามารถซื้อ License ของ Antivirus ตัวนี้ได้ทุกที่ ที่มีร้าน 7-eleven เพราะระบบจะใช้การ Activate Serial Number โดยใช้บัตร @CASH ซึ่งเป็นบัตรที่เหล่าเกมเมอร์ใช้ในการเติมเงินเกมส์ออนไลน์ของค่าย Asiasoft อยู่แล้ว ย้ำว่า 189 บาท ต่อเครื่อง/ปี เท่านั้น! ใครสนใจทดลองใช้ซอฟต์แวร์นี้ เป็นระยะเวลา 30 วัน สามารถดาวน์โหลดตัวโปรแกรมไปทดลองได้ที่ http://kingsoft.asiasoft.co.th/download.html
(โฆษณา Kingsoft Internet Security)
รายละเอียดเพิ่มเติมที่: Kingsoft Internet Security (Asiasoft)